ผู้ป่วยลงทะเบียนนิรโทษกัญชา แต่ยังไม่มั่นใจแนวทางหลัง 90 วัน

By | February 27, 2019

ลงทะเบียนนิรโทษกัญชาวันแรก เช้าถึงบ่ายมา 3 คน เป็นกลุ่มผู้ป่วยด้วยโรคที่ต้องใช้สารสกัด หรือยาที่มีส่วนผสมกัญชาในการรักษา ส่วนใหญ่ดีใจที่ภาครัฐเห็นความสำคัญคนป่วย แต่หวั่นหลัง 90 วันจะไม่เกิดความชัดเจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27ก.พ.) ตั้งแต่เวลา 08.30 น.จนถึงเวลา 15.00 น.ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับการแจ้งครอบครองกัญชา ภายหลังราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้ โดยให้ผู้ครอบครองกัญชา 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มองค์กรการวิจัย แพทย์แผนไทยแพทย์แผนปัจจุบัน,กลุ่มผู้ป่วยและกลุ่มบุคคลอื่นๆ หากแจ้งภายใน 90 วันไม่ต้องรับโทษ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งแจ้งได้ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)บริเวณศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ อาคาร 6 ชั้น 2 พบว่าบรรยากาศในช่วงเช้า มีเจ้าหน้าที่กองควบคุมวัตถุเสพติดของ อย.คอยรับเรื่อง ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.ยกเว้นวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ขณะที่มีประชาชนที่เป็นผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งมาลงทะเบียน 2 รายและโรคตับ และถุงน้ำดีอักเสบ 1 รายมาลงทะเบียน นอกจากนี้ยังมีคนเข้าใจผิดเดินทางมาขออนุญาตปลูกต้นกัญชา2 ต้น รวมถึงแจ้งความประสงค์อยากเสพกัญชาได้อย่างถูกต้อง โดยที่ไม่ได้เป็นผู้ป่วย เจ้าหน้าที่จึงต้องอธิบายให้ถึงกฏระเบียบปฏิบัติให้เข้าใจ นอกจากนี้ยังมีคนมาสอบถามด้วยตัวเอง และทางโทรศัพท์สายด่วน อย. 1556 จนช่วงเช้าสายล่ม ก่อนที่จะแก้ไขได้ในช่วงสาย

ผู้ป่วยโรคตับและถุงน้ำดีอักเสบ ที่มาลงทะเบียน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทย ว่า มีอาการปวดท้องตลอดเวลาแม้จะเข้ารับการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันจากโรงพยาบาลชั้นนำ รวมถึงปรับเปลี่ยนวิธีการกินอาหาร ก็ยังไม่มีทีท่าดีขึ้น และแพทย์แจ้งต้องผ่าถุงน้ำดีออก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูง ที่สำคัญตนไม่อยากผ่าตัดเพราะเกรงจะกระบบกับระบบต่าง ๆ ในร่างกาย จึงเริ่มศึกษาข้อมูลการรักษาโรคด้วยน้ำมันกัญชา โดยได้สั่งน้ำมันกัญชามารักษา ใช้มาประมาณ 2 เดือน ด้วยวิธีการหยอดใต้ลิ้นวันละ1-2 หยด อาการกลับดีขึ้น ไม่ปวดท้องอีกเลย รวมทั้งค่าตับและค่าถุงน้ำดีกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ส่วนตัวยอมรับว่ากลัวโดนจับกุมเพราะรู้ว่าการใช้น้ำมันกัญชาผิดกฏหมาย แต่เมื่อความตายไม่รอคอยก็ต้องเสียง และวันนี้ที่ทาง อย.เปิดโอกาสให้ผุ้ป่วยลงทะเบียนนิรโทษ ก็ดีใจมาก เพราะไม่ใช่มีแค่ตนที่ใช้ ยังมีอีกหลายพัน หลายหมื่นคนที่อยู่ในชะตากรรมเดียวกัน

ขณะที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ที่มาลงทะเบียนอีกราย ยอมรับว่าตัวเองศึกษาค้นคว้าการสกัดน้ำมันกัญชาโดยน้ำมันมะพร้าวด้วยตัวเอง เพื่อมารักษามะเร็งลำไส้ ที่ตรวจพบตอนเป็นระยะที่ 3 ตั้งแต่เมื่อปี 2559 ผ่านทั้งการผ่าตัด และทำคีโมมาติดต่อกัน 28 ครั้งอาการก็ยังไม่ดีขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาอยู่ที่ประมาณ 1ล้านบาทตนคงไม่มีเงินขนาดนั้น จึงยอมเสี่ยงที่จะถูกจับกุมโดยใช้น้ำมันกัญชา ผ่านวิธีกินและสวนทวาร ก็พบว่าค่ามะเร็ง ค่าเลือด รวมถึงโรคหยุดการเจริญเติบโต หรือพูดง่ายๆว่าหายขาด แต่ทุกวันนี้ยังคงต้องใช้น้ำมันกัญชารักษาอยู่ตลอด

สำหรับวันนี้ที่เดินทางมาพบจุดอ่อนของทางภาครัฐ คือการประชาสัมพันธ์ว่าต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง อย่างตนนำมาแค่ใบรับรองแพทย์ แต่ไม่รู้ว่าต้องนำตัวยามาด้วย ต้องเสีย เวลากลับไปใหม่ อยากใหเร่งประชาสัมพันธ์ให้คนทราบ ที่สำคัญบุคคลในกลุ่มที่ 3 ตนเชื่อว่าคงไม่มีใครกล้ามาลงทะเบียนแจ้งเพราะไม่มั่นใจว่า อย.จะไม่ส่งข้อมูลให้ตำรวจ นำมาสู่การจับกุมในภายหลังหรือไม่ และหลัง 90 วันภาครัฐจะเดินหน้าเรื่องกัญชาไปในทิศทางไหนก็ยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะกับภาคเอกชน หรือแพทย์แผนไทย ซึ่งมีความรู้ตำรับยาไทยที่มีส่วนผสมจากกัญชา ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยาจากกัญชา อย่างถูกต้อง กลุ่มคนเหล่านี้จะทำประโยชน์ให้กับคนอีกมากจึงอยากให้มีความชัดเจน