ผู้นำฮ่องกงลั่นไม่เจรจากับม็อบ จนกว่าความรุนแรงจะยุติ

By | August 13, 2019

นางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง กล่าวว่ารัฐบาลจะเจรจากับฝ่ายผู้ประท้วงเมื่อ “ความรุนแรงยุติ” แล้วเท่านั้น พร้อมทั้งเตือนว่าตอนนี้เศรษฐกิจของฮ่องกง “ล่มสลาย” และต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกนาน แต่ไม่ตอบคำถามเรื่องการลาออก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่านางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารเกาะฮ่องกง แถลงเมื่อวันอังคาร เกี่ยวกับสถานการณ์รุนแรงทางการเมืองซึ่งยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 10 และเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่เมื่อกลุ่มประท้วงต่อต้านรัฐบาลเข้าไปปักหลักชุมนุมข้ามคืน ที่อาคารผู้โดยสารขาเข้าหมายเลข 1 ของท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง เมื่อช่วงบ่ายของวันจันทร์ ส่งผลให้สนามบินประกาศปิดบริการ “กะทันหัน” ในขณะที่ขบวนยานยนต์หุ้มเกราะของกองกำลังตรวจติดอาวุธประชาชนจีน ( พีเอพี ) ปักหลักอยู่ที่เมืองเซินเจิ้น ตรงข้ามฮ่องกง เพิ่มความตึงเครียดว่าจะมีการสลายการชุมนุม ก่อนที่กลุ่มผู้ประท้วงจะทยอยออกจากพื้นที่เอง และสนามบินเริ่มกลับมาให้บริการได้ ว่าการเจรจาจะเกิดขึ้นได้เมื่ออีกฝ่าย “หยุดใช้ความรุนแรง” เท่านั้น

ขณะเดียวกัน แลมกล่าวปกป้องการปฏิบัติงานของตำรวจ ที่ฝ่ายต่อต้านประณามว่า “รุนแรงขึ้น” ว่าการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่เป็นไปตาม “สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง” และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติงานภายใต้แรงกดดันอย่างหนักแต่ต้องใช้ความอดทนถึงขีดสุด นอกจากนี้ เธอกล่าวถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของฮ่องกงตอนนี้ว่า “ย่อยยับ” และต้องใช้เวลานานหลายปีในการฟื้นฟู  ทั้งนี้ แลมใช้เวลาแถลงไม่นานนัก และปฏิเสธตอบคำถามเรื่องการจัดตั้ง “คณะทำงานอิสระเพื่อสอบสวนการใช้ความรุนแรงของตำรวจ” หลังหญิงสาวผู้ประท้วงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาข้างหนึ่งและอาจสูญเสียการมองเก็น ระหว่างการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ เมื่อวันอาทิตย์ อีกทั้งยืนกรานจะไม่ตอบคำถามใดเกี่ยวกับ “การลาออก” และยังปฏิเสธตอบคำถามว่า “อำนาจ” ในการยกเลิกร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนอยู่ที่เธอหรือแผ่นดินใหญ่
 
ด้านบรรยากาศที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง “เริ่มกลับเป็นปกติ” โดยเที่ยวบินเริ่มเข้าและออกตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ของวันอังคาร แม้ยังช้ากว่ากำหนดไปบ้าง อย่างไรก็ตาม คาร์เธ่ย์ แปซิฟิค ซึ่งเป็นสายการบินหลักของฮ่องกง ประกาศระงับให้บริการเที่ยวบินมากกว่า 200 เที่ยวตลอดทั้งวันอังคารนี้  โดยไม่ให้เหตุผลชัดเจน แต่คาเธ่ย์ แปซิฟิค กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งนายรูเพิร์ต ฮอกก์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของสายการบิน กล่าวเมื่อวันจันทร์ เตือนพนักงานทุกระดับเรื่อง “ผลกระทบทางวินัย” ที่อาจถึงขั้น “การยกเลิกสัญญา” หรือ “การพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ในบริษัท” หากเข้าร่วมหรือสนับสนุนการชุมนุมประท้วงของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล